บล็อก dee teera
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ : 03/02/2009 07:38PM

   การเตรียมตัวก่อนมีชีวิตคู่
[03/02/2009 07:38PM]

การเตรียมตัวก่อนมีชีวิตคู่

ขอให้มีความสุขในชีวิตสมรสจนถือไม้เท้ายอดทอง ตะบองยอดเพชร

คำเหล่านี้เป็นคำที่ชายหนุ่ม หญิงสาว ปรารถนาที่จะได้ฟัง ปรารถนาที่จะได้รับและปรารถนาที่จะได้เป็นเช่น
คำดังกล่าวนั้นทั่วทุกคน เพราะเป็นคำที่ใช้กับชายหนุ่ม หญิงสาวในวันสำคัญ วันอันเป็นมงคล คือ วันสมรส
วันแต่งงาน หรือวันวิวาห์ วันที่ชายคนหนึ่งกับหญิงคนหนึ่งแสดงตนให้สังคมได้รับรู้ว่าเขาทั้งสองจะอยู่
ร่วมกัน เป็นคู่ชีวิตตามวิธีการของกฎหมายและขนบธรรมเนียม ประเพณี ผลของการสมรสนี้ทั้งสองฝ่าย
ย่องเกิดสิทธิซึ่งกันและกัน

ในทางตรงข้ามคำว่า หย้าร้าง แยกทาง แบ่งสมบัติ ทะเลาะ นอกใจ จดทะเบียนหย่า ย่อมเป็นคำที่ผู้ครองเรือน
ผู้มีชีวิตคู่ไม่ปรารถนาที่จะฟัง ไม่ปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้นในชีวิตของตน

ทุกคนปรารถนาที่จะมีชีวิตคู่ ปรารถนาที่สมรัก สมรส ปรารถนาที่จะให้ชีวิตการครองเรือน มั่นคง
อบอุ่นจนแก่เฒ่าหรือถือไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชร

การที่จะมีชีวิตการครองเรือนที่มั่นคง อบอุ่น เป็นสุขและยั่งยืน ย่อมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย
ประการ เริ่มด้วยการเตรียมตัวก่อนการมีชีวิตคู่ การรู้จักครองตนตามวัยและฐานะ เหล่านี้เป็นต้น

ก่อนมีชีวิตคู่ จำเป็นจะต้องมีการเตรียมตัวและวางแผนในเรื่องต่าง ๆ คือ
ศึกษาและทำความเข้าใจชีวิตคู่
การเลือกคู่ครอง
การตัดสินใจเลือกคู่ครอง
การเตรียมการสมรส
การวางแผนดำเนินชีวิตในการครองเรือน

1. ศึกษาและทำความเข้าใจชีวิตคู่

การศึกษาให้เข้าใจในสภาพชีวิตสมรสในเรื่องของสิทธิและหน้าที่ที่เกิดกับทั้งสองฝ่าย
สถานภาพทางสังคม แนวการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ผลที่จะเกิดตามมา เช่น การเลี้ยงลูก
การสงเคราะห์ญาติ เหล่านี้ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ

2. การเลือกคู่ครอง

เมื่อเราเข้าใจชีวิตคู่แล้ว เราต้องรู้จักเลือกคู่ครองให้เหมาะสมกับตัวของเรา เพื่อเป็นการเตรียมที่ดี
เพราะหญิงหรือชายที่เลือกมาเป็นคู่ครอง เลือกมาเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก เพื่อร่วมสุขร่วมทุกข์ ร่วมเป็นร่วมตาย ควรมีเกณฑ์หรือแนวทางที่จะใช้ในการเลือกคู่ครอง คือ

ความรัก ความเข้าใจ ความรักเป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเลือกใครเป็นคู่ครอง อาจจะเป็น
รักแรกพบ คือ เมื่อแรกพบกันเกิดความรู้สึกต้องใจ สนใจกันเป็นพิเศษ อาจจะเนื่องมาจากผู้นั้นมี
คุณลักษณะตรงกับที่กำหนดไว้ในใจ หรือที่เรียกว่า บุพเพสันนิวาส หรือความรัก ที่เกิดขึ้นจากการได้
อยู่ใกล้ชิดกัน ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบันทำให้เกิดความรัก การจะเลือกใครเป็นคู่ครองย่อมต้องมี
ความรัก ความเข้าใจกันเป็นพื้นฐาน แต่ก็ไม่ควรจะยึดถือเอาความรักเป็น สิ่งสำคัญที่สุด ควรจะใช้
วิจารณญาณและเหตุผลอื่นประกอบด้วย
รูปร่างหน้าตา ปกติทั้งชายและหญิงจะใช้รูปร่างหน้าตาเป็นเครื่องตัดสินใจใน การเลือกคู่ อยาก
จะแนะนำว่าความงามสำหรับคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นความงามที่สังคมยกย่อง ควรเป็นความงาม
ที่ผู้เลือกนิยม ตนเองมองแล้วเจริญหูเจริญตา เกิดความภูมิใจ ไม่ควรถือเป็นประเด็นหลัก เพราะความ
สวยงามย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ไม่ยั่งยืนถาวร
อุปนิสัยใจคอ ชีวิตสมรสจะยั่งยืนย่อมเกิดจากนิสัยใจคอที่กลมกลืน สอดคล้องกัน จึงควรเลือกคู่ครอง
ที่มีนิสัยเหมือนหรือคล้ายกัน ชีวิตคู่จะยั่งยืน แต่การศึกษานิสัยใจคอของกันและกันก่อนการสมรสย่อมเป็น
การยากที่จะทราบนิสัยที่แท้จริง ควรใช้เวลาในการศึกษาและเมื่อทราบนิสัยที่ไม่ตรงกันก็ต้องดูว่าเราจะ
ปรับตัวและทนได้หรือไม่
การศึกษา ความผาสุกและสำเร็จในชีวิตสมรส จะมีความสัมพันธ์กับการศึกษาของคู่สมรส คู่สมรสที่มี
การศึกษาเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน มักจะมีความสุขในชีวิตสมรสมากกว่าคู่สมรส ที่มีระดับการศึกษา
แตกต่างกันมาก เพราะผู้มีการศึกษาใกล้เคียงกันย่อมมีความรู้ ประสบการณ์ เจตคติในการดำรงชีวิต
และการควบคุมอารมณ์คล้ายคลึงกัน ใกล้เคียงและสอดคล้องกันมากกว่าคู่สมรสที่มีการศึกษาแตกต่างกันมาก
ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญของความมั่งคั่ง ความมีฐานะในสังคมเป็น
เรื่องสำคัญ การเลือกคู่ครองต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ เพราะหากเลือกคู่ครองที่มีความแตกต่างทางฐานะเศรษฐกิจ
และสังคมมากก็จะเกิดปมด้อยได้ ความสุขในชีวิตสมรสย่อมไม่เกิดขึ้น ควรพิจารณาให้ดี มีการยอมรับฐานะ
ของแต่ละฝ่าย หากฐานะต่างกันแต่เห็นว่ามีสิ่งอื่นทดแทน เช่น มีความดี ความงาม ความฉลาด เป็นสิ่ง
ทดแทน ฝ่ายที่มีฐานะดีกว่ายอมรับและมั่นใจก็ย่อมจะก่อให้เกิดความสุขในชีวิตสมรสได้
วัยและสุขภาพอนามัย วัยเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าวัยที่เหมาะสมของชีวิตสมรสของ
ฝ่ายหญิงคือ 20-30 ปี ส่วนฝ่ายชายไม่ควรเกิน 45 ปี และสุขภาพอนามัยก็ต้องสมบูรณ์คือ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
ร่างกายสมบูรณ์ อารมณ์แจ่มใส สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี ชีวิตสมรสย่อมมีความสุข วัยและสุขภาพ
ก็ควรจะเป็นสิ่งควรพิจารณา
อาชีพ บุคคลที่มีอาชีพการงานเป็นหลักฐานมั่นคงย่อมจะช่วยให้ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว
มั่นคงด้วย และอาชีพยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้คู่สมรสได้มีโอกาสพะปะใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดความเข้าใจ
อันดีต่อกัน มีเจตคติและค่านิยมที่สอดคล้อง สัมพันธ์เหมาะสมกันด้วยจะช่วยให้ชีวิตสมรสเกิดความผาสุก
เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี คนส่วนใหญ่จะนิยมเลือกคู่ครองที่เป็นเชื้อชาติเดียวกัน เพราะจะ มีศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีคล้ายกันและสิ่งอื่น ก็จะคล้ายกันไปด้วยจะช่วยให้มีการปรับตัวให้เข้ากัน
ได้ง่ายกว่าคนที่มีเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ก็เป็นเรื่องที่ควร
คำนึงด้วย การตัดสินใจเลือกใครเป็นคู่ครองจะต้องพิจารณาถึงสิ่งที่ได้กล่าวมา โดยใช้ระยะเวลาเพื่อความ
เข้าใจอันดี มีข้อมูล มีเหตุผลในการตัดสินใจเลือกผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตได้อย่างเหมาะสม

3. การตัดสินใจเลือกคู่ครอง

การตัดสินใจเลือกคู่ครองได้เหมาะสมกับตนเอง จะส่งผลให้ชีวิตการครองเรือนประสบความสุข
ความสำเร็จได้ ก่อนจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นคู่ครองควรศึกษาซึ่งกันและกันให้ถ่องแท้
โดยใช้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายใช้เวลาพิจารณาไตร่ตรองด้วยตนเองและต้องอาศัยบิดามารดา ญาติผู้ใหญ่
เพื่อสนิทมิตรสหายได้ช่วยพิจารณาให้ความเห็น ซึ่งจะต้องพิจารณาจากความรัก ความพึงพอใจ


   การเข้า Safe Mode เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์
[03/02/2009 07:37PM]

การเข้า Safe Mode เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์
   การเข้าสู่ Safe Mode เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากซอฟต์แวร์ที่เราได้ ติดตั้งลงไป เพราะในโหมดนี้จะข้ามการทำงาน Registry , ไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์และค่าต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ กำหนดไว้ ดังนั้นขั้นตอนการบูตเข้า Safe Mode จึงไม่เสียหายจากการทำงานเหล่านี้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การใช้งาน Safe Mode ด้วย เพราะจะช่วยแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี หากเครื่องมีปัญหาไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ จะแก้ปัญหาโดยการเข้าสู่ Safe Mode แล้วเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่น หากปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งไดรเวอร์ ก็ให้เข้า Safe Mode แล้วเข้าไปลบไดรเวอร์ตัวนั้นทิ้งไป หากมีปัญหาจากการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ก็ให้เข้าไปที่ Add / Remove Programs ใน Safe Mode แล้วคลิกเลือกโปรแกรมที่สร้างปัญหาทิ้งไป
ซึ่งการเข้า Safe Mode ก็สามารถทำได้ดังขั้นตอนต่อไปนี้ให้บูตเครื่องขึ้นมาใหม่ จากนั้นกดปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดย้ำ ๆ (หรือกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้) แล้วจะปรากฏเมนูขึ้นมาดังนี้
1.
Normal
2. Logged ( BOOTLOGE.TXT)
3. Safe Mode
4. Step-by-step confirmation
5. Command prompt only
6.
Safe modecommand promt only
ให้เลือกที่หัวข้อ 3 Safe Mode เท่านี้เราก็จะสามารถเข้า Safe Mode เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ได้แล้ว


   การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเมนบอร์ด
[03/02/2009 07:36PM]

การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเมนบอร์ด

อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ดนั้นเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขยาก และเกิดจากหลายสาเหตุ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด ทำให้เมื่อเมนบอร์ดมีปัญหามักหาสาเหตุไม่ค่อยเจอ ส่วนใหญ่จะมองไปที่อุปกรณ์ตัวอื่นมากกว่า เพราะจะว่าไปแล้วโอกาสที่อาการเสียจะเกิดจากเมนบอร์ดนั้น มีค่อนข้างน้อยทำให้อาจนึกไม่ถึง
สำหรับอาการเสียของเมนบอร์ดจะคล้ายกับอาการเสียของอุปกรณ์ตัวอื่นที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เช่นเครื่องบูตไม่ขึ้น , จอภาพมืด ส่วนใหญ่จะคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากจอภาพและฮาร์ดดิสก์มากกว่า หรืออาการเครื่องแฮงค์บ่อย หลายคนมักวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดจากแรม หรือไม่ก็ ซีพียู แต่แท้จริงแล้ว หากเมนบอร์ดเสีย เครื่องก็ไม่สามารถบูตได้ หรือเกิดอาการแฮงค์บ่อยได้เหมือนกัน
แนวทางในการวิเคราะห์ปัญหาเกิดจากเมนบอร์ดมีดังนี้
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อของขั้วต่อต่าง ๆ บนเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แน่นและถูกต้อง เช่นขั้วต่อสายแพกับฮาร์ดดิสก์ , ขั้วต่อสายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายกับกับเมนบอร์ด เป็นต้น
- ตรวจสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้ถูกต้อง เช่น แรม หรือการ์ดต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้แน่น
- ตรวจสอบการระบายความร้อนบนอุปกรณ์เมนบอร์ดเช่น พัดลมชิพเซ็ท พัดลมพาวเวอร์ซัพพลาย หรือพัดลมเสริมตัวอื่น ๆ ว่ายังทำงานอยู่ดีหรือไม่
- ตรวจสอบการเซ็ตจัมเปอร์และดิปสวิตซ์บนเมนบอร์ดว่ากำหนดค่าต่าง ๆ ถูกต้องหรือ ส่วนมากมักจะเป็นเมนบอร์ด รุ่นเก่า ๆ
- ตรวจสอบการกำหนดค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
- ตรวจสอบถ่านแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดว่าหมดแล้วหรือยังถ้าหมดให้เปลี่ยนถ่านใหม่
- หากเมนบอร์ดถามหาพาสเวิร์ดแล้วจำไม่ได้ให้ทำการเคลียร์ไบออสโดยถอดจัมเปอร์ไปเสียบที่ขา Clear Bios (ดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบ) หรือจะถอดถ่านแบตเตอรี่ออกมาทิ้งไว้สักพักแล้วใส่เข่าไปใหม่ก็ได้
- ตรวจวสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาติดตั้งว่าเข้ากันได้กับเมนบอร์ดหรือไม่ บางครั้งหากผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ มาเมนบอร์ดตัวเดิมจะไม่สามารถรองรับได้ ให้ทำการอัพเดทไบออสเพื่อให้เมนบอร์ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถรู้จักกับอุปกรณ์ ใหม่ ๆ ได้

หากได้ทำการตรวจสอบขั้นตอนเหล่านี้แล้วยังไม่พบปัญหาก็อาจเป็นไปได้ว่า เมนบอร์ดเสีย ให้เช็คดูว่ามีกระแสไฟลัดวงจร หรือเมนบอร์ดช๊อตหรือไม่ โดยตรวจสอบแท่นรองน็อตหรือมีวัตถุแปลกปลอมอย่างอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้แอบแฝงอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อผู้ใช้ได้ติดตั้งเมนบอร์ดแล้ว ลืมน๊อตตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดเมื่อมีกระแสไฟจ่ายเข้ามาก็อาจทำให้เมนบอร์ดพังได้ เพราะน๊อตตัวเล็ก ๆ จะเป็นตัวนำกระแสไฟได้เป็นอย่างดี
สรุป การที่จะรู้ว่าเมนบอร์ดของคุณเสียเปล่าต้องมีการทดสอบคือนำเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดสอบครับ ถ้าไม่มีคงจะต้องถึงมือช่างแล้วละครับ
จากหนังสือ เริ่มต้นเป็นช่างคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ

 


   การลดขนาดไฟล์ภาพ BMP ด้วยการแปลงไฟล์
[03/02/2009 07:35PM]

การลดขนาดไฟล์ภาพ BMP ด้วยการแปลงไฟล์

    ไฟล์ภาพที่เราใช้ทำงานไม่ว่าจะเป็น เอกสาร หรือ แม้แต่ไฟล์เซ้บเพจนั้น ไฟล์ Bmp นั้นจะใหญ่มากเนื่องจากความคมชัดที่มีมากนั่นเอง แต่ทั้งนี้หากเรานำรูปนั้นมาจัดทำเว็บไซต์ แน่นอนว่าเวลาในการโหลดเว็บเพ็จที่มีไฟล์ภาพ BMP นั้นย่อมจะทำให้ กินระยะเวลานานทำให้ผู้เข้าชมเบื่อหน่าย แต่เรามีวิธีการที่จะจะลดขนาดไฟล์ลงได้มาก ซึ่งวิธีการทำนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก นั่นคือการแปลงไฟล์ Bmp ให้อยู่ในรูปของไฟล์ image ที่มี Format อื่นๆ ซึ่งจะทำให้ภาพมีขนาดลดลงมาอย่างมากทีเดียว แต่ก็ทำให้ภาพซึ่งแปลงมานี้มีคุณภาพที่ลดด้อยลงเช่นกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดไฟล์แล้ว เรียกได้ว่ากินขาดกันเลยทีเดียว เพราะคุณภาพลดลงไม่มาก แต่ขนาดไฟล์นั้นลดลงได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

        มาเข้าขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

1. ก่อนอื่นให้เปิดโปรแกรม ACD See ขึ้นมาก่อน เครื่องใหนไม่มีก็ให้หามาติดตั้งนะครับ

2. หลังจากนั้นก็ให้คลิ๊กที่รูปที่ต้องการแปลง จะทำพร้อมกันหลายรูแก็ได้ครับ โดย กด Ctrl ค้างไว้แล้วเลือกไฟล์

3. จากนั้นให้คลิ๊กขวาครับ แล้วเลือก Convert เพื่อเปิดหน้าต่างแปลงไฟล์

4. หน้าต่างนี้จะมีให้เลือกว่าจะแปลงไปในรูปแบบใด ขอแนะนำให้แปลงเป็น Gif ครับ ด้านล่างก็ให้กำหนดไดเรคทอรี่ที่ต้องการให้เก็บไฟล์ที่แปลงครับเพราะว่าโปรแกรมจะไม่ลบไฟล์ต้นฉบับที่เป็น BMP ไปนะครับ ถ้ากำหนดแล้วก็ให้ OK เลย

5. โปรแกรมก็จะทการแปลงไฟล์จนเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์ไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่กำหนดไว้ครับ

จะเห็นได้ว่าขนาดของไฟล์ลดลงมาก จาก 343 KB เหลือ 2 KB ลดลองถึง 341 เท่าตัวเลยครับ นอกจากไฟล์ Gif แล้ว ถ้าเราแปลงเป็นรูปแบบอื่น เช่น Gif , Jpg เป็นต้นเราก็จะได้คุณภาพของภาพ - ขนาดไฟล์แตกต่างกันออกไปครับ และขนาดของไฟล์ที่ลดได้ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของภาพด้วยเช่นกันครับ

 


   การครองเรือนหรือชีวิตสมรส
[03/02/2009 07:32PM]
การครองเรือนหรือชีวิตสมรส
คือการที่ชายและหญิงมีความพอใจในรสสัมผัสซึ่งกันและกัน ตกลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จะเผชิญกับปัญหาร่วมกัน และมีความพยายามที่จะดำเนินชีวิตร่วมกันเพื่อความสุขในการครองเรือน การที่บุคคล 2 คน ซึ่งต่างก็มีพื้นฐานจากครอบครัวเดิมต่างกัน มีความคิด ค่านิยม รสนิยมต่างกัน มาอยู่ร่วมกัน ย่อมก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวจะมีสุขได้ เพราะด้วยเหตุจากการประพฤติตนของสามีและภรรยา บุคคลทั้งสองนี้เป็นผู้ที่มีความสามารถดลบันดาลให้ครอบครัวนั้น ๆ เป็นสวรรค์ที่น่าอยู่หรือเป็นนรกก็ได้ ดังนั้นการเลือกใครมาเป็นคู่ครองของตนนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดงสมชีวิกถา 4 ข้อ คือเหตุที่ทำให้คู่สมรสครองเรือนได้ยืดยาว 
1. สมศรัทธา ให้เลือกบุคคลที่มีความเชื่อเลื่อมใสในศาสนาหรือสิ่งเคารพบูชาต่าง ๆ เหมือนกัน มีความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนกัน มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเหมือนกัน ตลอดจนมีรสนิยมตรงกัน 
2. สมศีลา ให้เลือกบุคคลที่มีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยามารยาท มีพื้นฐานการอบรมพอเหมาะสอดคล้องกัน ไปกันได้ หรืออยู่ในระดับเดียวกัน จะได้ไม่เป็นเหตุให้เกิดความรังเกียจิซึ่งกันและกัน 
3. สมจาคา ให้เลือกบุคคลที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีใจกว้าง มีความเสียสละ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น บุคคลที่เสมอกันด้วยจาคะนี้จะทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข เพราะเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องเสียสละทั้งทรัพย์สินเสียสละความสุขของตน เพื่อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน 
4. สมปัญญา ให้เลือกบุคคลที่มีปัญญาเสมอกัน คือ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ มีการใช้ความคิดเพื่อแก้ปัญหา 
นอกเหนือจากการเลือกคู่โดยใช้หลักสมชีวิกถา 4 แล้ว พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เลือกคนที่มีลักษณะ 4 อย่างดังต่อไปนี้มาเป็นคู่ครอง เพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบันชาติ (ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์) 
1. เลือกบุคคลที่มีความขยันในการประกอบอาชีพ 
2. เลือกบุคคลที่เป็นคนประหยัด รู้จักออมทรัพย์ 
3. เลือกบุคคลที่รู้จักคบคนดีเป็นเพื่อน 
4. เลือกบุคคลที่มีการเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟุ้งเฟ้อนัก 
เมื่อผ่านขั้นตอนการเลือกคู่แล้ว การอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยา ทั้งคู่จะต้องมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกัน ดังนี้ 
สามีมีหน้าที่ 5 ประการ
ภรรยามีหน้าที่ 5 ประการ
1. ให้ความนับถือ ยอมรับฐานะแห่งภรรยา
1. จัดดูแลงานบ้านให้เรียบร้อย
2. ยกย่องให้เกียรติ ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยาม
2. ใส่ใจสงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี
3. มีความซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ
3. ซื่อสัตย์ ไม่ประพฤติผิดนอกใจ
4. มอบความเป็นใหญ่
4. ช่วยประหยัดดูแลรักษาทรัพย์ที่หามาได้
5. หาเครื่องประดับ เครื่องแต่งกายมามอบให้
5. ขยัน ไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง
 
สามีภรรยาเป็นบุคคลที่พึ่งเป็นพึ่งตายซึ่งกันและกัน ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนให้มีความซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ประพฤตินอกใจกันและกัน เพราะการทำเช่นนั้นเป็นการทำร้ายจิตใจของกันและกัน ท่านทรงสอนให้คู่สมรสมีสัจจะคือจริงใจ หรือซื่อสัตย์ต่อกัน สอนให้มีจาคะ เสียสละให้ปันกัน ได้ทรัพย์มาก็จัดสรรทรัพย์ที่หาได้ร่วมกัน ใช้ร่วมกัน ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ท่านทรงสอนให้มีทมะ คือรู้จักข่มใจ รู้จักควบคุมอารมณ์ ระงับอารมณ์ หรือความรู้สึกต่อเหตุบกพร่องของกันและกัน และเมื่ออยู่ร่วมกันบางช่วงของชีวิตคู่ คนใดคนหนึ่งอาจจะเจ็บป่วยประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ คู่สมรสก็ต้องมีความอดทน (ขันติ) ต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อดทนต่อกัน คุณธรรมทั้ง 5 นี่คือ ฆราวาสธรรม ซึ่งถ้าสามีภรรยาปฏิบัติตามแล้ว ครอบครัวก็จะมีความสุข และความสุขของคู่ครองไม่มีอะไรมากไปกว่า 
1. สุขที่เกิดจากการมีทรัพย์ 
2. สุขที่เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ 
3. สุขที่เกิดจากความไม่เป็นหนี้ 
4. สุขที่เกิดจากการทำงานไม่เป็นโทษ 
เมื่อปรารถนาที่จะครองชีวิตคู่ให้มีความสุขแล้ว ทั้งสามีและภรรยาคงต้องหมั่นหาทรัพย์โดยทางสุจริต เพราะการทำงานสุจริต และการมีทรัพย์เป็นความสุข จากนั้นคงต้องอดทนต่อกิเลส ความอยากได้วัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่เกินความจำเป็น ความอยากได้นี้ผ่านมาทางการโฆษณาทางทีวี จากเพื่อนฝูง และระบบการขายของเงินผ่อน มิฉะนั้นจะทำให้มีการจ่ายทรัพย์ที่เกินต่อฐานะของครับครัว ก่อความเป็นหนี้ ทำให้ไม่มีความสุข คอยแต่จะคิดหมุนเงิน จัดสรรเงิน ผ่อนนั่น ผ่อนนี่ จนเงินเดือนไม่พอใช้ ก่อให้เกิดทุกข์ 
เมื่อมนุษย์ยังมีกิเลสตัณหาอยู่ ความสุขจากการครองเรือนเป็นความสุขที่มนุษย์แสวงหา และแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิตทุกชีวิต ที่ปรารถนาจะได้คู่ครองที่ดีมีความสุขจากการครองเรือน เมื่อมีความปรารถนาเช่นนี้อยู่ก็ต้องสร้างเหตุปัจจัย เพราะความสุขของครอบครัวอยู่ที่การกระทำ หรือความประพฤติของสามีและภรรยาเป็นหลัก บุคคลทั้งสองต้องมีคุณธรรมดังกล่าวแล้วข้างต้น จึงจะเป็นเหตุซึ่งนำผลมาให้คือความสุขในการครองเรือน 
นอกเหนือจากการที่สามีภรรยา จะมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อกันและกันแล้ว บุคคลทั้งสองยังเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ๆ จึงต้องมีหน้าที่ปฏิบัติต่อบุคคลอื่น ๆ ในฐานะที่ต่างกัน ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน 
 
บิดามารดามีหน้าที่ 5 ประการ
บุตรมีหน้าที่ 5 ประการ
1. ห้ามไม่ให้บุตรทำความชั่ว
1. ท่านได้เลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
2. สอนให้ตั้งอยู่ในความดี
2. ช่วยทำกิจการหรือธุระของท่าน
3. ให้การศึกษาศิลปวิทยา
3. ดำรงวงศ์สกุล
4. หาคู่ครองให้บุตรเมื่อถึงกาลอันควร
4. ประพฤติตนให้เป็นคนควรรับมรดก
5. มอบทรัพย์มรดกให้เมื่อถึงกาลอันควร
5. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้
 
คนเป็นนายมีหน้าที่ 5 ประการ
คนใช้มีหน้าที่ 5 ประการ
1. มอบหมายงานสมควรแก่กำลัง
1. ลุกขึ้นทำงานก่อนนาย
2. ให้อาหารและรางวัล
2. เลิกทำงานทีหลังนาย
3. ให้การรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย
3. ถือเอาแต่ของที่นายให้
4. มีอะไรพิเศษมาแบ่งปันให้
4. ทำการงานให้ดีขึ้น
5. ให้มีเวลาพักผ่อนตามกาลอันควร
5. นำคุณของนายไปสรรเสริญในที่นั้น ๆ
 
มิตรมีหน้าที่ต่อมิตร 5 ประการ
มิตรถึงอนุเคราะห์ตอบมิตร 5 ประการ
1. เผื่อแผ่แบ่งปัน
1. ช่วยรักษามิตรผู้ประมาทแล้ว
2. พูดจามีน้ำใจ
2. รักษาทรัพย์ของมิตรผู้ประมาทแล้ว
3. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
3. เมื่อคราวมีภัยเป็นที่พึ่งได้
4. มีตนเสมอร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
4. ไม่ทะลิ้งในยามทุกข์ยาก
5. มีความซื่อสัตย์จริงใจ
5. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร
 
หน้าที่สำคัญของสามีภรรยาในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนพึงมีหน้าที่ปฏิบัติต่อสงฆ์ ดังนี้ 
1. จะกระทำสิ่งใดต่อพระสงฆ์ ก็ทำด้วยเมตตา 
2. จะพูดสิ่งใดต่อพระสงฆ์ ก็พูดด้วยความเมตตา 
3. จะคิดสิ่งใดต่อพระสงฆ์ ก็คิดด้วยความเมตตา 
4. ต้อนรับพระสงฆ์ด้วยความเต็มใจ 


A service of blog2net.com, powered by Chaonet.com